วิธีเลือกแบบประกัน




รูปแบบของประกันชีวิตจะมีอยู่ 5 แบบ ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปของแต่ละบริษัทดังนี้

ประกันชีวิตแบบช่วงระยะเวลา (Term Life Insurance)
เป็นกรมธรรม์ที่มีอายุจำกัด บริษัทจะจ่ายเงินสินไหมให้ผู้รับผลประโยชน์ หากผู้เอาประกันเสียชีวิตในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ แต่ไม่มีเงินคืนเมื่อครบอายุกรมธรรม์ ตัวอย่างการเลือกประกันประเภทนี้ เช่น เพื่อการประกันความเสี่ยงในการผ่อนบ้าน ถึงแม้ว่าผู้ที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเกิดเสียชีวิต สมาชิกในครอบครัวซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ จะได้เงินประกันสำหรับชำระค่าผ่อนต่อโดยไม่มีภาระทางการเงิน หรือการประกันการเดินทางเป็นต้น

ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ (Endowment life Insurance)
เป็นกรมธรรม์ที่มีอายุจำกัด บริษัทจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้รับผลประโยชน์เมื่อเสียชีวิต แต่หากมีชีวิตครบอายุกรมธรรม์ก็จะมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้เอาประกัน ประกันชีวิตแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทั้งความคุ้มครองและการออมทรัพย์ หรือต้องการสะสมเงินไว้ใช้ในอนาคต เพราะเมื่อครบสัญญาผู้เอาประกันจะได้รับเงินตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)
เป็นการรับประกันชีวิตตลอดอายุผู้เอาประกัน ทั้งนี้บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตในระหว่างสัญญา หรือมีชีวิตยืนยาวจนถึง 90 หรือ 99 ปีตามแต่บริษัทจะกำหนด

ประกันชีวิตแบบกรมธรรม์บำนาญ (Annuity)
คล้ายกับแบบออมทรัพย์ โดยบริษัทประกันชีวิตจะเก็บเบี้ยประกันจนถึงอายุระดับหนึ่งแล้วทยอยจ่ายคืนเงินให้กับผู้เอาประกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มจ่ายหลังจากผู้เอาประกันเกษียณอายุ

ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)
เป็นการทำประกันชีวิตโดยได้ความคุ้มครองค่าความสามารถและในขณะเดียวกันก็ไม่เสียโอกาสในการลงทุนในกองทุนรวมที่ทางบริษัทประกันคัดสรรมาให้ผู้เอาประกันได้เลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันรับได้ โดยตัวแทนขายแบบประกันนี้จะต้องมีใบอนุญาต Single Licenseจาก ก.ล.ต.ด้วย.